บทความ

การทำงานของกล้องดูดาว

รูปภาพ
การเดินทางของแสงและการเกิดภาพในกล้องดูดาว กล้องดูดาวหรือกล้องโทรทรรศน์ประกอบไปด้วยเลนส์นูน 2 ตัว  เลนส์นูนตัวที่ 1 คือเลนส์ใกล้วัตถุ (objective lens) และ เลนส์นูนตัวที่ 2 คือเลนส์ใกล้ตา (eyepiece) สมมติให้วัตถุท้องฟ้าเป็นลูกศรชี้ขึ้น อยู่ที่ระยะอนันต์ และไม่เห็นในภาพ เมื่อแสงเดินทางมาจากวัตถุเข้าสู่  เลนส์นูนตัวที่ 1 ทางซ้าย   เลนส์นี้ทำหน้าที่รวมแสง ให้ไปโฟกัสที่จุด  F1  ได้ภาพกลับหัวขนาดเล็กกว่าวัตถุ (ลูกศรสีฟ้าชี้ลง) และมีความสว่างมากขึ้น ภาพที่จุด F 1  อยู่ระหว่างจุดโฟกัส F2 และ เลนส์นูนตัวที่ 2 ทำให้ภาพที่เกิดจาก เลนส์นูนตัวที่ 2  มีขนาดใหญ่ขึ้นและไม่กลับหัว (ลูกศรสีชมพูมีทิศทางเดียวกับลูกศรสีฟ้า) เมื่อภาพของวัตถุมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็สามารถเห็นรายละเอียดของวัตถุมากขึ้น การใช้เลนส์นูน 2 ตัวเรียงกันแบบนี้ เป็นหลักการทำงานของกล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสง (refractor telescopes) ทำให้สามารถเห็นวัตถุบนท้องฟ้าที่มีความสว่างน้อยได้ สามารถเห็นรายละเอียดของวัตถุที่มีขนาดปรากฏเล็ก ๆ เช่น ดาวเคราะห์ได้ และสามารถเห็นดาวที่อยู่ใกล้กันมาก ๆ เช่น ดาวคู่ แยก...

รายชื่อกลุ่มดาว 88 กลุ่ม

รูปภาพ
กลุ่มดาว สร้างโดยโปรแกรม stellarium กลุ่มดาว (Constellations) เกิดจากการเชื่อมโยงตำแหน่งของดวงดาวบนท้องฟ้า แล้วจินตนาการเป็นรูปคนบ้าง สัตว์บ้าง สิ่งของบ้าง ตั้งแต่ดั้งเดิม กลุ่มดาวเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการและมีความแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 ด้วยความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และอุปกรณ์สำรวจท้องฟ้า ทำให้มีการค้นพบวัตถุบนท้องฟ้าใหม่ ๆ มากมาย นักดาราศาสตร์มีแนวความคิดว่า การกำหนดขอบเขตของกลุ่มดาวให้เป็นทางการ จะเป็นประโยชน์ในการศึกษาวัตถุท้องฟ้า และสามารถใช้ชื่อกลุ่มดาวประกอบการตั้งชื่อดาวแปรแสง (variable stars) ได้ (อ้างอิง : IAU ) ตามสากลมีกลุ่มดาวบนท้องฟ้าทั้งหมด 88 กลุ่มดังนี้ ชื่อละติน ชื่ออังกฤษ ชื่อไทย Andromeda Andromeda กลุ่มดาวแอนดรอเมดา Antlia Air Pump กลุ่มดาวเครื่องสูบลม Apus Bird of Paradise กลุ่มดาวนกการเวก Aquarius Water Carrier กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ, กลุ่มดาวกุมภ์ Aquila Eagle กลุ่มดาวนกอินทรี Ara Altar กลุ่มดาว...

ความสว่างปรากฏของดาว

รูปภาพ
ดวงดาวมีความสว่างต่างกัน ความสว่างของดาวบนท้องฟ้า [Magnitude] ที่สังเกตเห็นจากโลก เรียกว่า  ความสว่างปรากฏ [ Apparent Magnitude]   หรือ  โชติมาตรปรากฏ [ โชติ = โชตช่วง ลุกโชน สว่าง,  มาตร = เครื่องมือวัด] ความสว่างดังกล่าวมีลำดับเป็นตัวเลข ดาวที่มีความสว่างเป็นเลขน้อย ๆ สว่างกว่าดาวที่มีความสว่างเป็นเลขมาก ๆ เช่น ดวงอาทิตย์มีความสว่าง -27 [เขียนสั้น ๆ เป็น M= -27, ตัว M มาจากคำว่า Magnitude] ดวงจันทร์เต็มดวง มีความสว่าง -13 [M=-13] เลข -27 มีค่าน้อยกว่า -13 แสดงว่าดวงอาทิตย์สว่างกว่าดวงจันทร์ ความสว่างหรือแมกนิจูดที่ต่างกัน 1 ดาวสว่างต่างกัน 2.512 เท่า เช่น ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เต็มดวง มีความสว่างหรือแมกนิจูดต่างกัน -27- [-13] = 14 [ค่าสัมบูรณ์] แสดงว่าดวงอาทิตย์สว่างกว่าดวงจันทร์เต็มดวง 2.512 คูณกัน 14 ครั้ง เท่ากับ 398,359.23 เท่า หรือเลขกลม ๆ ก็ 400,000 เท่านั่นเอง ดวงจันทร์เต็มดวง 400,000 ดวง สว่างเท่ากับดวงอาทิตย์ 1 ดวง ถ้าเราพูดถึงเฉพาะดาวฤกษ์ [stars]   ซิริอุส [Sirius] ในกลุ่มดาวหมาใหญ่ [Canis Major] เป็นดาวที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้า...

TRAPPIST-1 กับดาวเคราะห์ทั้ง 7

รูปภาพ
ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์เจอดาวเคราะห์รอบดาวฤกษ์ดวงอื่น แต่เป็นครั้งแรกที่เจอมากถึง 7 ดวงและคล้ายคลึงกับโลก นอกจากนี้ 3 ใน 7 ดวงนี้ก็อาจมีสภาวะเหมาะสมต่อการดำรงค์ชีพของสิ่งมีชีวิต ภาพสเก็ตช์ (NASA)  ระบบ Trappist-1 เป็นระบบดาวฤกษ์-ดาวเคราะห์ มีดาวฤกษ์ตรงกลาง 1 ดวง และมีดาวเคราะห์โคจรรอบ ๆ อีก 7 ดวง อยู่ห่างจากเรา 40 ปีแสง ในกลุ่มดาวคนแบบหม้อน้ำ [Aquarius] กล้องโทรทรรศน์ TRAPPIST (ESO) Trappist-1 เป็นชื่อดาวฤกษ์ของระบบและเป็นชื่อของระบบนี้ด้วย แบบเดียวกับที่เราเรียก "ระบบสุริยะ" ซึ่งมีดาวฤกษ์ตรงกลางคือ "สุริยะ" หรือ "ดวงอาทิตย์" ชื่อนี้ได้มาจากการตั้งชื่อตามกล้องโทรทรรศน์ Trappist [The Transiting Planets and Planetesimals Small Telescope] ในประเทศชิลี ซึ่งเป็นกล้องตัวแรกที่พบว่าดาวฤกษ์ดวงนี้มีดาวเคราะห์ ส่วนเลข "1" ก็หมายความว่ากล้องตัวนี้พบระบบดาวฤกษ์-ดาวเคราะห์นี้เป็นระบบแรกตั้งแต่เปิดใช้งานมา ...ประมาณว่าฉันเจอเธอก่อนและเธอก็เป็นคนแรกของฉัน ❤ Trappist-1 เป็นดาวฤกษ์เล็กกว่าดวงอาทิตย์ 10 เท่า หรือใหญ่กว่าดาวพฤหัส...

อำลาหน้าหนาว ดูดาวบนดอยอินทนนท์

รูปภาพ
หนึ่งทุ่ม วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว อากาศบนดอยอินทนนท์เริ่มเย็นตัวลง รถของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำหน้ารถตู้ของเราไปตามทางคดเคี้ยวสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ก่อนเลี้ยวซ้ายผ่านป้ายสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ คนขับใช้เกียร์ต่ำและเร่งเครื่องขึ้นเนินสูงชั้น เมื่อสุดถนน หอดูดาวขนาดใหญ่ก็ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า อุณหภูมิบนนี้ต่ำกว่า 10 องศา ไอน้ำจากเครื่องดื่มร้อนเป็นควันขาวลอยแทรกคนร่วมร้อยที่ใส่เสื้อกันหนาว ทุกคนต่างเตรียมตัวรอดูดาว คืนนี้ท้องฟ้ามืดสนิท ดวงดาวบนทองฟ้าสว่างสดใส ระยิบระยับ เหมือนอยู่ใกล้เสียจนเกือบจับต้องได้ บนดาดฟ้า ผู้คนต่อแถวหลังกล้องดูดาวอย่างไม่ขาดสาย กล้องดูดาว 4 ตัว กระจายกันอยู่ประปราย หันทิศทางไปยัง ดาวศุกร์ กาแลกซี่แอนโดรมีดา โอไรออนเนบิวลา และกระจุกดาวเปิดกระจุกหนึ่ง เสี้ยวของดาวศุกร์มองเห็นได้ชัดเจนสว่างสดใสเหมือนเสี้ยวของดวงจันทร์ กาแลกซี่แอนโดรมีดาสวยงามมองเห็นเป็นฝ้าขาวเข้มตรงกลางและค่อย ๆ จางลงทางด้านข้าง โอไรออนเนบิวลามีดาว 4 ดวงสว่าง เรียงตัวกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู [Trapezium] ถูกรายล้อมด้วยละอองฝุ่นและก๊าซ ส่วนกระจุกดา...

สิ่งที่เห็นจริง vs ภาพจากอินเตอร์เน็ต

รูปภาพ
เคยสงสัยไหมครับว่าวัตถุบนท้องฟ้าที่เห็นผ่านกล้องดูดาวนั้น ทำไมจึงไม่มีสีสันสวยงามสดใสเหมือนกับภาพที่เราเห็นตามอินเตอร์เน็ต? คำตอบก็คือ "มันเป็นข้อจำกัดของตามนุษย์" มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้ชีวิตในเวลากลางวัน ดังนั้นตาของเรานั้นจึงถูกออกแบบมาให้ใช้มองเห็นได้ดีในเวลากลางวัน จอประสาทตาของเราประกอบไปด้วยเซลล์รูปแท่ง [rod cells] ที่ไวต่อแสงที่มีความเข้มน้อย ทำให้เราเห็นภาพเป็นขาวดำ และเซลล์รูปกรวย [cone cells] ที่ไวต่อแสงที่มีความเข้มมาก ทำให้เราเห็นภาพเป็นสี ในที่แสงสลัวเราจะมองเห็นวัตถุเป็นขาวดำเนื่องจากแสงมีความเข้มไม่พอไปกระตุ้นให้เซลล์รูปกรวยทำงานได้ แต่ในที่สว่างๆ เราจะมองเห็นวัตถุเป็นสีเพราะแสงมีความเข้มมากพอ คราวนี้เมื่อเราส่องดูวัตถุบนท้องฟ้าเช่นเนบิวลาหรือกาแลกซี่ วัตถุเหล่านี้มีความสว่างน้อยมาก เราจึงมองเห็นวัตถุดังกล่าวเป็นขาวดำ มีเพียงดาวเคราะห์และดาวฤกษ์เท่านั้นที่สว่างพอ และทำให้เรามองเห็นเป็นสีได้ ส่วนภาพต่าง ๆ ที่เห็นตามอินเตอร์เน็ตนั้นเกิดจากการเปิดหน้ากล้องไว้นาน ๆ ทำให้เซ็นเซอร์ของกล้องรับความเข้มแสงสีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนภาพเป็นสี ซึ่งตาเราไม่ได้ท...

การเคลื่อนที่ของดวงดาวประจำวัน (Diurnal Motion)

รูปภาพ
การเคลื่อนที่ของดาวประจำวัน (diurnal motion) คือการเคลื่อนที่ของดาวบนท้องฟ้าที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก ถ้าเข้าใจการเคลื่อนที่ประจำวันของดาว จะทำให้เข้าใจการเปลี่ยนตำแหน่งของดาว สามารถใช้แผนที่ดาวและสามารถตั้งกล้องดูดาวได้ ในการศึกษาการเคลื่อนที่ของดวงดาวประจำวัน จะสมมติให้ดาวต่าง ๆ บนท้องฟ้า อยู่ห่างจากโลกเท่ากัน และอยู่บนทรงกลมที่เรียกว่า ทรงกลมฟ้า (celestial sphere) มีขั้วโลกเหนือชี้ไปที่ ขั้วฟ้าเหนือ (north celestial pole) และขั้วโลกใต้ชี้ไปที่ ขั้วฟ้าใต้ (south celestial pole)  มีศูนย์สูตรฟ้า (celestial equator) อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรของโลก ทรงกลมฟ้า คือทรงกลมพลาสติกในรูป โลกของเราอยู่ใน ทรงกลมฟ้า แกนเหล็กที่ออกจาก ขั้วโลกเหนือ ไปแตะ ทรงกลมฟ้า ที่ ขั้วฟ้าเหนือ แกนเหล็กที่ออกจาก ขั้วโลกใต้ ไปแตะ ทรงกลมฟ้า ที่ ขั้วฟ้าใต้ รอยประกอบกันของทรงกลมพลาสติกคือ เส้นศูนย์สูตรฟ้า อยู่เหนือ เส้นศูนย์สูตรโลก โลก...หมุนรอบตัวเองแบบทวนเข็มนาฬิกาเมื่อมองจากขั้วโลกเหนือ คนบนโลกจึงมองเห็นดาวเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม หรือเหมือนกับว่าทรงกลมฟ้ากำลังหมุนรอบตัวเองแบบตา...